ตอร์เรสถูกใจหงส์ได้ฮ็อดจ์สันกู้วิกฤติ

กรกฎาคม 6th, 2010

             เฟร์นันโด ตอร์เรส โปรยยาหอมต้อนรับนายใหม่ ออกโรงฟุ้งรู้สึกดีใจที่ได้ รอย ฮ็อดจ์สัน มานั่งแท่นนายใหญ่ทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล พร้อมยืนยันว่าจะกลับไปเปิดโต๊ะถกเรื่องอนาคตกับอดีตกุนซือฟูแล่ม หลังเสร็จสิ้นภารกิจกับทีมชาติสเปนในศึกฟุตบอลโลก 2010

             ดาวยิง “กระทิงดุ” ที่ตกเป็นข่าวหนาหูว่าเตรียมย้ายตามคู่ขาในทีมชาติอย่าง ดาบิด บีย่า ไปเล่นกับ บาร์เซโลนา ในช่วงซัมเมอร์นี้ กล่าวว่า “ผมดีใจมากที่เขา (ฮ็อดจ์สัน) ได้รับงานนี้”

             “ผมยังไม่มีโอกาสพูดคุยกับเขาโดยตรง แต่คาดว่าเราจะได้พบกันเร็ว ๆ นี้และเราจะแชร์ความคิดกันในเรื่องของอนาคตต่อไป สำหรับตอนนี้อนาคตของผมคือที่นี่ (แอฟริกาใต้) และ เวิลด์ คัพ เป็นเรื่องสำคัญเกินกว่าจะคิดถึงเรื่องอื่น ๆ ที่อยู่หลังจากนั้นได้” หัวหอกเลือดสแปนิช กล่าว

              พร้อมกันนั้น ตอร์เรส ยังแสดงความเชื่อมั่นในตัวของ ฮ็อดจ์สัน ว่าจะมาฟื้นฟูผลงานของ ลิเวอร์พูล ภายหลังฤดูกาลที่ล้มเหลว จากการจบซีซั่นด้วยอันดับ 7 ในพรีเมียร์ลีกและพลาดโควต้า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบไม่ได้ลุ้น

              “เขาทำได้ดีที่ ฟูแล่มและผมมั่นใจว่าเขาจะสามารถทำได้ดีกว่ากับ ลิเวอร์พูล เขาเป็นผู้จัดการทีมฝีมือเยี่ยมที่พิสูจน์ให้เห็นไปแล้วในช่วงที่ผ่านมารวมถึงฤดูกาลล่าสุดกับ ฟูแล่ม ผมจึงหวังเป็นอย่างยื่งว่าเขาจะเป็นบุคคลที่เหมาะสมกับการทำให้ ลิเวอร์พูล มีโอกาสกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง” ตอร์เรส กล่าว

ฮูวางมือคุมเกาหลีใต้

กรกฎาคม 3rd, 2010

ฮู จุง-มู ยอดโค้ชเกาหลีใต้ประกาศลงจากตำแหน่งหลังจากที่พาทีมทะลุรอบสองฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

 ”ผมอยากจะใช้เวลานึกถึงเส้นทางของผมที่ผ่านมา และก็ศึกษาว่าอนาคตจะต้องทำอะไร และเพื่อชาร์จแบตให้ตัวเองด้วย” กุนซือวัย 55 ปีกล่าวในการแถลงข่าวที่โซล

 ”มีคนเก่งๆ มากมายในเกาหลีใต้ ผมคิดว่าผมน่าจะเปิดทางให้พวกเขาได้มีโอกาส” ฮู ที่เป็นโค้ชที่นักเตะชื่นชอบ นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมตั้งแต่ปี 2007 กล่าว

 อนึ่งในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เกาหลีใต้ แพ้อุรุกวัยในรอบสอง สกอร์ 2-1 เป็นครั้งแรกที่ “โสมขาว” ผ่านรอบแรกในดินแดนต่างแดน

 เกี่ยวกับประสบการณ์การคุมทีมคราวนี้ โค้ชฮูกล่าวว่า “ผมคิดว่านักเตะเรายังคงตามหลังทีมชั้นนำของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอเมริกาใต้”

 ”เราสู้พวกเขาได้ในแง่ของสภาพร่างกาย และจิตใจ การวางหมากเตรียมทีม แต่ในแง่เทคนิคแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาชนะพวกเขา”

สเปนลุ้นอิเนียสต้ารีดฟิตทันดวลสวิส

มิถุนายน 13th, 2010

บิเซนเต้ เดล บอสเก้ เทรนเนอร์ทีมชาติสเปน ยังต้องลุ้นว่า อันเดรส อิเนียสต้า จะเรียกความฟิตทันช่วยทีมลงเตะเกมส์ เวิลด์ คัพ2010 นัดเปิดสนาม กลุ่ม เอช กับ สวิตเซอร์แลนด์ ในวันพุธหน้าหรือไม่ ภายหลังดาวเตะ บาร์เซโลนา เพิ่งหายเจ็บและยังไม่สามารถลงฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา

 ทีมแชมป์ “ยูโร 2008″ เป็นชาติท้าย ๆ ที่เดินทางมาถึง แอฟริกาใต้ ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาและเริ่มลงฝึกซ้อมบนแดนกาฬทวีปครั้งแรก ที่ โปเชฟสตรูม ในช่วงเช้าวันศุกร์ แต่ปรากฏว่าไม่มี อิเนียสต้า รวมอยู่ในทีม เพราะกองกลางจอมเทคนิคจากค่าย บาร์ซ่า ยังเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาต่อเนื่องมาจากเกมส์อุ่นเครื่องที่ สเปน ไล่ถลุง โปแลนด์ 6-0

  เดิมทีภายหลังจบเกมส์ที่ มูร์เซีย ทีมแพทย์สเปนออกมายืนยันว่าอาการบาดเจ็บของ อิเนียสต้า ไม่รุนแรง แต่ถึงตอนนี้เชื่อว่าสถานการณ์ของนักเตะรายนี้คงน่าเป็นห่วงมากขึ้น เพราะ อิเนียสต้า ยังต้องแยกซ้อมเดี่ยวและคาดการณ์ได้ว่า เดล บอสเก้ ยังต้องรอลุ้นความฟิตของผู้เล่นคนสำคัญกันจนเฮือกสุดท้าย ก่อนเกมส์ที่ ดูร์แบน ในวันที่ 16 มิถุนายน นี้

  ทางด้านข่าวดีของทีมแชมป์ยุโรป คือ การได้ เฟร์นันโด ตอร์เรส เพชฌฆาตตัวเก่งกลับมาฟิตเปรี๊ยะ ภายหลังสตาร์จาก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สลัดคราบเดี้ยงบริเวณหัวเข่าเป็นปลิดทิ้งและลงฝึกซ้อมแบบเต็มโปรแกรมได้ตามปกติแล้ว

สตุ๊ตการ์ต -vs- เรนเจอร์ส

มิถุนายน 11th, 2010

ผลการพบกันของทั้งสองทีม

สตุ๊ตการ์ต ชนะ เรนเจอร์ส 3-2 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เรนเจอร์ส ชนะ สตุ๊ตการ์ต   2-1 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

สตุ๊ตการ์ต ชนะ เรนเจอร์ส 1-0 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เรนเจอร์ส ชนะ สตุ๊ตการ์ต   2-1 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 สถิติน่าสนใจ

  *คู่นี้เคยอยู่ร่วมกลุ่มกันมาเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน โดย สตุ๊ตการ์ต ออกสตาร์ทด้วยการแพ้เกมส์เหย้าสองนัดรวดให้กับทั้ง บาร์เซโลน่าและ ลียง ด้วยสกอร์ 2-0 ก่อนมาทุบชนะ เรนเจอร์ส 3-2 พร้อมส่งทีมแกร่งแดนวิสกี้ลงไปรั้งบ๊วยของกลุ่ม ขณะที่ทัพ “เดอะ ไลท์บลูส์” เปิดฉากด้วยชัยชนะเหนือ ลียง ถึง สต๊าด เดอ แชร์กล็องด์ แต่มาแผ่วปลายแพ้ทั้ง บาร์ซ่าและ สตุ๊ตการ์ต ใน 2 เกมถัดมา

*หนล่าสุดที่ทั้งคู่พบกัน ชาร์ลี อดัมและ แบร์รี่ เฟอร์กูสัน ช่วยกันเจาะตาข่าย “ม้าขาว” คนละเม็ด แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ทีมรอดพ้นความพ่ายแพ้ที่ ก๊อบลีบ เดมเลอร์ (สนามเหย้าเดิมของ สตุ๊ตการ์ต) ได้ เพราะ คาเคา, พาเวล พาร์โด้และ ชิเปรียน มาริก้า ช่วยกันซัดคนละประตูให้ สตุ๊ตการ์ต กำชัยไปสุดมัน 3-2

 *แต่กลับกันเมื่อย้ายมาดวลกันที่ ไอบร็อกซ์ แม้ สตุ๊ตการ์ต จะขึ้นนำก่อนจากลูกยิงของ มาริโอ โกเมซ แต่ท้ายที่สุด ชาร์ลี อดัมกับ ฮัตตัน มาช่วยกันยิงพลิกสถานการณ์ให้ เรนเจอร์ส กลับมาเบียดชนะไปได้ 2-1 เช่นกัน

*ขณะที่ฤดูกาล 2003-04 ซึ่งทั้งคู่ตกอยู่ในรอบแบ่งกลุ่มร่วมกัน เรนเจอร์ส เฉือนชัย 2-1 ที่ ไอบร็อกซ์และบุกไปพ่าย สตุ๊ตการ์ต ที่ เยอรมัน 0-1 ทำให้ตลอดการดวลกัน 4 แมตช์ของคู่นี้ ทีมเจ้าบ้านเป็นฝ่ายกำชัยทั้งหมด

สภาพความพร้อมล่าสุด

 มาร์คุส บับเบิ้ล เทรนเนอร์ สตุ๊ตการ์ต มั่นอกมั่นใจว่าทีมจะทำผลงานได้ดีกว่า 2 ฤดูกาลก่อน เพราะขุมกำลังของทีมยังเป็นชุดเดิมและพัฒนาขึ้นในเรื่องของประสบการณ์ แต่ความน่าเป็นห่วงสำหรับยอดทีมเมืองเบียร์คือระยะหลังฟอร์มทีมเริ่มแผ่วและไม่ชนะใครมาแล้วถึง 4 เกม

 ด้านความพร้อมเกมส์นี้ สตุ๊ตการ์ต จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ลูโดวิช มายิน ฟูลแบ็กจอมเก๋าทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ที่บาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อต้นขาซ้าย นอกจากนั้นทีมต้องรอทดสอบความฟิตของ อเล็กซานเดอร์ เคล็บ เพลย์เมคเกอร์เบลารุสที่มีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและไม่ได้ลงฝึกซ้อมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ภายหลังถูกเข็นลงช่วยทั้งทีมชาติและต้นสังกัดมาอย่างต่อเนื่องท่ามกลางอาการบาดเจ็บ ส่วน มาร์ติน ลานิก เพิ่งผ่าเข่าและคงต้องพักหลายเดือน
 สตุ๊ตการ์ต จะมาในระบบ 4-2-2-2 ด่านสุดท้ายส่ง เยนส์ เลห์มันน์ ลงเฝ้าเสา แนวรับส่ง แซร์ดาร์ ทาสซี่ ลงยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ มาติเยอ เดลปิแอร์ มี คริสเตียน แทรชกับ อาร์ตูร์ โบก้า รับบทฟูลแบ็กทั้งสองข้าง แดนกลาง ซามี่ เคดิร่า ขับเคลื่อนเกมส์ร่วมกับ โธมัส ฮิตเซิ่ลสแปร์เกอร์ แนวรุกใช้ โรแบร์โต้ ฮิลแบร์ตและ อเล็กซานเดอร์ เคล็บ สนับสนุนคู่ศูนย์หน้า พาเวล โพเกร้บเนี๊ยคและ ชิเปรียน มาริก้า

วอลเตอร์ สมิธ ผู้จัดการทีม เรนเจอร์ส ยืนยันว่ายังไม่มี 11 ตัวจริงไว้ในใจ แต่ข่าวดีคือนัดนี้สภาพทีมของโคตรบอลแดนวิสกี้ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บเพิ่มเติม แถมจะได้ เควิน ธอมสัน พ้นโทษแบนจากเกมส์ลีกกลับมาช่วยทีมอีกด้วย

 นอกจากนั้น สมิธ ยังส่งชื่อ เฌอโรม โรเต็น อดีตตัวริมเส้นทีมชาติฝรั่งเศสที่ยืมตัวมาจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ร่วมอยู่ในทีมต่อไป หลังจากที่ลงประเดิมสนามให้ทีมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วน ไคล์ ลาฟเฟอร์ตี้ (เข่า), มัวริซ เอดู (เข่า), เคิร์ก บรอดฟุต (เท้า) และ แอนดรูว์ ลิตเติ้ล (เอ็นหลังหัวเข่า) หมดสิทธิ์ช่วยทีมแน่นอน เพราะบาดเจ็บ

 รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

 สตุ๊ตการ์ต (4-2-2-2) : เยนส์ เลห์มันน์ – คริสเตียน แทรช, แซร์ดาร์ ทาสซี่, มาติเยอ เดลปิแอร์, อาร์ตูร์ โบก้า – ซามี่ เคดิร่า, โธมัส ฮิตเซิ่ลสแปร์เกอร์ – โรแบร์โต้ ฮิลแบร์ต, อเล็กซานเดอร์ เคล็บ – พาเวล โพเกร้บเนี๊ยค, ชิเปรียน มาริก้า

 เรนเจอร์ส (4-5-1) : อัลเลน แม็คเกรเกอร์ – สตีเว่น วิตเทเกอร์, ม้าดยิด บูเกอร์ร่า, เดวิด เวียร์, ซาซ่า ปาปัค – นาโช่ โนโว่, สตีเว่น เดวิส, เปโดร เมนเดส, เควิน ธอมสัน, สตีเว่น ไนสมิธ – เคนนี่ มิลเลอร์

ผลงานในรอบที่ผ่านมา

สตุ๊ตการ์ต

รอบคัดเลือก เพลย์อ๊อฟ

ชนะ ติมิซัวร่า  2-0 (เยือน)

เสมอ ติมิซัวร่า 0-0 (เหย้า)

 เรนเจอร์ส

-ผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติ

 ฟอร์มเกมส์เหย้าในลีกของ สตุ๊ตการ์ต – แข่ง 2 ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ – ได้ 4 เสีย 2 มี 4 แต้ม

ฟอร์มเกมส์เยือนในลีกของ เรนเจอร์ส – แข่ง 2 ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ – ได้ 2 เสีย 1 มี 4 แต้ม

 ฟอร์ม 5 นัดล่าสุด

สตุ๊ตการ์ต

แพ้ ฮัมบูร์ก  1-3 (เยือน)

เสมอ เนิร์นแบร์ก 0-0 (เหย้า)

เสมอ ติมิซัวร่า  0-0 (เหย้า) แชมเปี้ยนส์ ลีก

เสมอ ดอร์ทมุนด์ 1-1 (เยือน)

ชนะ ติมิซัวร่า  2-0 (เยือน) แชมเปี้ยนส์ ลีก

 เรนเจอร์ส

เสมอ มาเธอร์เวลล์ 0-0 (เยือน)

ชนะ แฮมิลตัน  4-1 (เหย้า)

ชนะ ฮาร์ทส์  2-1 (เยือน)

ชนะ ฟัลเคิร์ก  4-1 (เหย้า)

แพ้ ปอร์ทสมัธ  0-2 (เยือน) อุ่นเครื่อง

วิเคราะเกมส์

แน่นอนว่าเกมส์นี้ สตุ๊ตการ์ต จะปรับกลยุทธ์จาก 4-5-1 ที่ไม่ได้ผลในเกมส์พ่าย ฮัมบูร์ก 1-3 กลับมาใช้แผน 4-2-2-2 ตามเดิม ทำให้มีแนวโน้มว่านัดนี้จะได้เห็นพลพรรค “ม้าขาว” เดินหน้าเปิดเกมส์รุกตั้งแต่สิ้นเสียงนกหวีด เพราะ มาร์คุส บับเบิ้ล ต้องการพาทีมเก็บชัยชนะเพื่อกุมความได้เปรียบในฐานะที่เล่นเกมส์เหย้าก่อน 

ทว่าจุดที่น่าเป็นห่วงคือระยะหลังฟอร์มของ สตุ๊ตการ์ต ไม่ค่อยดี โดยปัญหาหลักคือแนวรุกที่เคยเป็นจุดแข็งไม่อาจผลิตสกอร์ได้เหมือนเดิม แถมตัวบงการเกมส์อย่าง เคล็บ ยังไม่สมบูรณ์อีก ชั่งน้ำหนักจากปัจจัยต่าง ๆ นอกเหนือจากสภาพแวดล้อมแล้ว ชั่วโมงนี้ สตุ๊ตการ์ต แทบไม่มีอะไรเหนือกว่าผู้มาเยือนเลย เพราะตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา เรนเจอร์ส ดูจะทำผลงานคงเส้นคงวากว่าด้วยซ้ำ
 และการที่ วอลเตอร์ สมิธ เตรียมส่งแผงกลางอัดแน่นถึง 5 ตัว ประกอบกับการเล่นแบบบู๊ล้างผลาญตามสไตล์บอลแดนวิสกี้ น่าจะสร้างความลำบากให้กับ สตุ๊ตการ์ต ได้มากพอสมควร โดยแม้ที่ผ่านมา “ไลท์บลูส์” จะเล่นเกมส์เยือนไม่ค่อยดี แต่ด้วยประสบการณ์ในเกมส์ยุโรปที่ไม่เป็นรอง ประกอบกับความมั่นใจจากผลงานที่เป็นรูปเป็นร่างกว่า มองว่าเกมส์นี้ เรนเจอร์ส มีลุ้นบุกมาหยิบหนึ่งแต้มกลับออกไปจาก เมอร์เซเดซ เบนซ์ อารีน่า ได้ หรือหากจะแพ้ก็คงไม่เกินหนึ่งตุง เพราะปูมหลังของคู่นี้มันบ่งบอกเช่นนั้น

สายA 4ทีมตบเท้าเข้ารอบบอลโลก 2010

มิถุนายน 8th, 2010

ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์ เป็น 4 ชาติแรกที่ตบเท้าเข้ารอบฟุตบอลโลก 2010 รอบสุดท้าย ที่ประเทศแอฟริกาใต้แล้ว
หลังจบการแข่งขันในวันที่ 6 มิถุนายน โดยในกลุ่มเอของโซนเอเชีย ญี่ปุ่นบุกไปชนะอุซเบกิสถาน 1-0 และออสเตรเลียบุกไปเสมอการ์ตา 0-0 ทำให้ทั้งสองทีมกอดคอเข้ารอบสุดท้าย มี 14 คะแนนเท่ากัน ทิ้งห่างบาห์เรน ทีมอันดับ 3 ของกลุ่มถึง 7 แต้ม และเหลือเกมส์แข่ง 2 นัด ส่วนกลุ่มบี เกาหลีใต้บุกไปชนะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2-0 เข้ารอบไปอีกทีม ขณะที่โซนยุโรป กลุ่ม 9 ไอซ์แลนด์แพ้เนเธอร์แลนด์คาบ้าน 1-2 ทำให้ทีมอัศวินสีส้มทำสถิติชนะ 6 นัดรวด มี 18 คะแนน เข้ารอบสุดท้ายเป็นทีมแรกของยุโรป
ด้านฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือทีมชาติอังกฤษ
ที่พาทีมสิงโตคำรามถล่มคาซักสถาน 4-0 และเป็นการชนะ 6 นัดรวดในกลุ่ม 6 ตั้งเป้าคว้าชัยในนัดเจออันดอร์ร่า วันที่ 10 มิถุนายน เพื่อคว้าแชมป์กลุ่มและการันตีการเข้ารอบสุดท้าย สำหรับ 4 ประตูของอังกฤษได้จากแกเร็ธ แบร์รี่ นาที 40, เอมิล เฮสกี้ นาที 45, เวย์น รูนี่ย์ นาที 73 ปิดท้ายด้วยจุดโทษของแฟร้งก์ แลมพาร์ด นาที 78
สรุปผลการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกคู่อื่นๆ
โซนยุโรป กลุ่ม 1 สวีเดน แพ้ เดนมาร์ก 0-1 แอลเบเนีย แพ้ โปรตุเกส 1-2 กลุ่ม 3 สโลวะเกีย ชนะ ซาน มาริโน 7-0 กลุ่ม 4 อาเซอร์ไบจาน แพ้ เวลส์ 0-1 ฟินแลนด์ ชนะ ลิกเตนสไตน์ 2-1 กลุ่ม 6 เบลารุส ชนะ อันดอร์ร่า 5-1 โครเอเชีย เสมอ ยูเครน 2-2 กลุ่ม 7 ลิทัวเนีย แพ้ โรมาเนีย 0-1 เซอร์เบีย ชนะ ออสเตรีย 1-0 กลุ่ม 8 บัลแกเรีย เสมอ ไอร์แลนด์ 1-1 ไซปรัส เสมอ มอนเตเนโกร 2-2 กลุ่ม 9 มาซิโดเนีย เสมอ นอร์เวย์ 0-0
โซนเอเชีย กลุ่มบี เกาหลีเหนือ เสมอ อิหร่าน 0-0 / โซนอเมริกาใต้ อุรุกวัย แพ้ บราซิล 0-4 อาร์เจนตินา ชนะ โคลอมเบีย 1-0 โบลิเวีย แพ้ เวเนซุเอลา 0-1 ปารากวัย แพ้ ชิลี 0-2 / โซนแอฟริกา กลุ่มเอ กาบอง ชนะ โตโก 3-0 กลุ่มบี ตูนิเซีย ชนะ โมซัมบิก 2-0 กลุ่มซี แซมเบีย ชนะ รวันดา 1-0 กลุ่มอี มาลาวี แพ้ บูร์กินา ฟาโซ 0-1 / โซนคอนคาเคฟ ตรินิแดด แพ้ คอสตาริกา 2-3 เอล ซัลวาดอร์ ชนะ เม็กซิโก 2-1 สหรัฐอเมริกา ชนะ ฮอนดูรัส 2-1 / ฟุตบอลกระชับมิตร บอตสวานา เสมอ นิวซีแลนด์ 0-0 เอสโตเนีย ชนะ อิเควทอเรียลกินี 3-0 จอร์เจีย แพ้ มอลโดวา 1-2 แอฟริกาใต้ ชนะ โปแลนด์ 1-0 นามิเบีย ชนะ สาธารณรัฐคองโก 4-0 อิตาลี ชนะ ไอร์แลนด์เหนือ 3-0

นอร์เวย์ vs มอนเตเนโกร

มิถุนายน 5th, 2010

VS

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

นอร์เวย์

29/05/10 ชนะ มอนเตเนโกร 2-1 เหย้า กระชับมิตร

03/03/10 ชนะ สโลวาเกีย 1-0 เยือน กระชับมิตร

14/11/09 ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 1-0 เยือน กระชับมิตร

10/10/09 ชนะ แอฟริกาใต้ 1-0 เหย้า กระชับมิตร

10/09/09 ชนะ มาเซโดเนีย 2-1 เหย้า ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

มอนเตเนโกร

10-09-2009 เสมอ ไซปรัส  1-1 (เหย้า) คัดบอลโลก 2010

11-10-2009 ชนะ จอร์เจีย  2-1 (เหย้า) คัดบอลโลก 2010

15-10-2009 เสมอ ไอร์แลนด์ 0-0 (เยือน) คัดบอลโลก 2010

18-11-2009 ชนะ เบลารุส  1-0 (เหย้า) อุ่นเครื่อง

03-03-2010 แพ้ มาเซโดเนีย 1-2 (เยือน) อุ่นเครื่อง

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
 มอนเตเนโกร (4-3-3) : มลาเด้น โบโซวิช – ซาโว พาวิเซวิช, มาร์โก บาซ่า, ราโดสลาฟ บาตัค, มิลาน โยวาโนวิช – มลาเด้น คาสเซลัน, มิตาร์ โนวาโควิช, วลาดิเมียร์ โบโซวิช – ไซม่อน วุคเซวิช, ราโดเมียร์ ดาโลวิช, มีร์โก วูซินิช

นอร์เวย์ (4-4-2) : ยอน คนุ๊ดเซ่น ; ยาน อิงเก้ ฮอยลันด์, เบรเด้ ฮันเกลันด์, คเจทิล เวห์เลอร์, ยอห์น อาร์เน่ ริเซ่ ; คริสเตียน กรินด์ไฮม์, เฮนนิ่ง ฮูเกอร์, เพอร์ สเคลเบรด, มอร์เตน กัมส์ท พีเดอร์เซ่น ; ยอห์น คาริว , เอริค ฮูเซเคล็ปป์

วิเคราะห์เกมส์ : นอร์เวย์ ไม่ได้ไปบอลโลกเพราะเพิ่งจะมาฟอร์มดีเอา ในช่วงหลังๆ วันนี้ได้เล่นในบ้านถือว่าเข้าทาง นอร์เวย์ชุดนี้กำลังเตรียมทีมลุยบอลยูโร 2012 ดังนั้นวันนี้จะเป็นอะไรที่จริงจังแน่นอน เพื่อเป็นการยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมชุดใหญ่ให้ได้ ส่วนมอนเตเนโกรก็ไม่ต่างกัน แต่ว่าวันนี้มาเยือนคงลุ้นลำบากซะหน่อย เพราะเกมส์นอกบ้านทำได้ไม่ดี เชื่อว่าน่าจะเป็นนอร์เวย์ที่ฟอร์มดีกว่า และยังได้เปรียบสภาพแวดล้อม เบียดคว้าชัยไปได้

ฮังการี่vsเยอรมัน

มิถุนายน 4th, 2010

สภาพความพร้อมล่าสุด

     ฮังการี เจ้าบ้าน จะไม่มี โซลตัน เกร่า, โทมัส ฮาจนาล และ บาลาซส์ โทธ์ ที่ไม่ได้เดินทางมากับทีม ทำให้ เออร์วิน คูมัน กุนซือใหญ่ของทีมมีตัวเลือกในการจัดทัพน้อยมาก เพราะหลายๆคน เป็นแข้งหน้าใหม่ที่เพิ่งติดทีมชาติครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น คริซเตียน เนเม็ธ และ วลาดิเมียร์ โคมัน ทั้งคู่มีประวบการณ์ในทีมชาติน้อยมาก ด้านระบบการเล่น คูมัน จะเลือก 4-2-3-1 ซาโบลส์ ฮุสตี้, วลาดิเมียร์ โคมัน,  บาลาซส์ ซุดแซค และ ซานดอร์  ทอร์เกลเล่ จะช่วยกันประสานงานในแดนกลางและแนวรุก

     ด้านทีมเยือน “อินทรีเหล็ก”เยอรมัน มีข่าวร้ายเข้ามาในแคมป์ใส้กรอกไม่หยุดหย่อน ไล่ตังแต่ มิชาเอล บัลลัค กัปตันทีมคนสำคัญบาดเจ็บหมดสิทธิ์ช่วยทีมในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้, ไซม่อน โรลเฟส ก็ถอนตัวออกไปแล้ว รวมถึง คริสเตียน เทรสช์ และ เรเน่ อ๊าดเลอร์ 2 ตัวหลักก็ตกเครื่องไปก่อนเพื่อนอย่างน่าเสียดาย

     ส่วนการจัดทัพในเกมนี้ โจอาคิม เลิฟ จะทดลองผู้เล่นหน้าใหม่ลงสนามบ้าง อย่าง ซามี่ เกดิร่า, พิโอเตอร์ โทรชอฟสกี้ และ ฮีโก้ เวสเตอร์มาน ส่วนทางแบ็คซ้าย จะพัก ฟิลลิปป์ ลาห์ม และส่ง เดนนนิส โอโก้ ลงมาพิสูจน์ฝีมือบ้าง ขณะที่แดนหน้า”เจ้าเวหา”มิโรสลาฟ โคลเซ่ จะกลับมายืนตัวจริง ซึ่งต้องชั่งใจว่า เลิฟ จะจัดทัพอย่างไร อาจจะเป็น 1-2-3-1, 4-4-2 หรือ 4-3-3 ตามความเหมาะสม
  ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของ 

 

ฮังการี

03-03-10 เสมอ รัสเซีย 1-0 เยือน / อุ่นเครื่อง

15-11-09 แพ้ เบลเยี่ยม 0-3 เยือน / อุ่นเครื่อง

15-10-09 ชนะ เดนมาร์ค 1-0 เยือน คัดบอลโลก 2010

11-10-09 แพ้ โปรตุเกส 0-3 เยือน คัดบอลโลก 2010

10-09-09 แพ้ โปรตุเกส 0-1 เหย้า คัดบอลโลก 2010

 

เยอรมัน

13-05-10 ชนะ มอลตา 3-0 (เหย้า) อุ่นเครื่อง 

03-03-10 แพ้ อาร์เจนติน่า 0-1 (เหย้า) อุ่นเครื่อง

19-11-09 เสมอ ไอวอรี่โคสต์ 2-2 (เหย้า) อุ่นเครื่อง

14-10-09 เสมอ ฟินแลนด์ 1-1 (เหย้า) คัดบอลโลก 2010

10-10-09 ชนะ รัสเซีย  1-0 (เยือน) คัดบอลโลก 2010

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

ฮังการี (4-2-3-1) : กาบอร์ กิราลี่ ; ลาสซโล่ บอตนาร์, วิลมอส วานซ์ซัค, โลลันด์ จูฮัสซ์,  โบลดิซาร์ โบดอร์; โซลตัน เซเลซี่, คริสเตียน วาโดคซ์ ; ซาโบลส์ ฮุสตี้, วลาดิเมียร์ โคมัน,  บาลาซส์ ซุดแซค; ซานดอร์  ทอร์เกลเล่

 เยอรมัน (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ ; ออาร์เน่ เฟรดิช, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, แซร์ดาร์ ทาสซี่, เดนนนิส โอโก้ ; ฮีโก้ เวสเตอร์มาน, ซามี่ เกดิร่า ; พิโอเตอร์ โทรชอฟสกี้, เมซุต โอซิล, ลูคัส โพดอสกี้ ; มิโรสลาฟ โคลเซ่

วิเคราะห์

     ยังคงต้องเต็มที่สำหรับ”อินทรีเหล็ก” เพราะ เลิฟ ยังต้องหั่นนัเตะทิ้งให้เหลือ 23 คน ซึ่งถ้าไม่อยากตกเครื่อง บรรดาแข้งใส้กรอกต้องเต็มที่กันทุกคน ดังนั้นด้านแรงจูงใจ ฝ่ายทีมเยือนเหนือกว่ามาก บวกกับมาตราฐานก็เป็นต่อ เนื่องจาก เจ้าบ้าน ขาดผู้เล่นตัวหลักหลายคน แถมยังใช้ผู้เล่นหน้าใหม่ประสบการณ์น้อยลงสนาม ดูยังไงก็คงยากที่จะต้านความแกร่งของเยอรมัน ที่เน้นเป็นพิเศษก่อนลุยฟุตบอลโลก ซึ่งคาดว่าจะบุกไปชนะได้เป็นอย่างน้อย และน่าจะเกินแต้มต่อ”หนึ่งลูก”ไปอย่างไม่ยาก ร่วมสนุกในฟุตบอลโลก 2010 ได้ด้วยการแทงบอลออนไลน์กับเว็ป http://3n2.net

โปแลนด์ vs เซอร์เบีย

มิถุนายน 3rd, 2010

สภาพความพร้อมล่าสุด
      ฟรานซิสเซ็ค สมูด้า เทรนเนอร์ทีมชาติโปแลนด์ เตรียมปรับทีมจากเกมเจ๊าบู่ ฟินแลนด์ แบบโนสกอร์ ด้วยการขยับ โทมัส ย็อดโลเวี๊ยค ขึ้นไปเสริมแดนกลาง ส่วนแนวรุกมีแนวโน้มว่า ดาวิด โนวัค ศูนย์หน้า เบลชาตอฟ จะได้รับโอกาสลงเล่นร่วมกับ ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แทน อิเรเนอุส เยเลน ที่เจ็บมาจากนัดก่อน ความพ่ายแพ้ต่อ นิวซีแลนด์ แบบพลิกล็อค 0-1 ส่งผลให้เฮ้ดโค้ช ราโดเมียร์ อันทิช และลูกทีมถูกเสียงวิจารณ์หนาหู ซึ่งเกมนี้ อันทิช เตรียมปรับทีมราว 2-3 จุด โดย อเล็คซานเดอร์ ลูโควิชและ อเล็คซานเดอร์ โคลารอฟ สองแนวรับที่ค้าแข้งในเวที เซเรีย อา จะกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้ทีมอีกครั้ง
    แดนกลาง เดยัน สแตนโกวิช มิดฟิลด์ประสบการณ์สูงจากทีมแชมป์ยุโรป อินเตอร์ ยังพร้อมเป็น 11 คนแรก แม้ก่อนหน้านี้เจ้าตัวจะมีปัญหาบาดเจ็บมาจากเกมกับ นิวซีแลนด์ ก็ตาม เช่นเดียวกับ มิลาน โยวาโนวิชและ มิลอส คราซิช ที่เจ็บเล็กน้อยในเกมเดียวกัน สามารถเรียกความฟิตและลงเล่นได้โดยปราศจากปัญหา โดยแดนหน้าในระบบ 4-4-2 ส่ง ซิกิช หัวหอกป้ายแดงของ เบอร์มิงแฮม จับคู่ มาร์โก พานเทลิช

 รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
         โปแลนด์ (4-3-3) : เพอร์เซมายสลาฟ ไตตัน – ลูคัส พิสเซ็ค, มิชาล ซูว์ลาคอฟ, เกอร์เซกอร์ซ วอจโคเวี๊ยค, ดาริอุส ดุ๊ดก้า – โทมัส ย็อดโลเวี๊ยค, อดัม มาตุสเซี๊ยค, อาเดรียน เมียร์เซเยฟสกี้ – ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี้, ดาวิด โนวัค, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

     เซอร์เบีย (4-4-2) : วลาดิเมียร์ สตอยโกวิช – บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, เนมานย่า วิดิช, อเล็คซานเดอร์ ลูโควิช, อเล็คซานเดอร์ โคลารอฟ – มิลอส คราซิช, เดยัน สแตนโควิช, เนน้าด มิลิยาส, มิลาน โยวาโนวิช – นิโคล่า ซิกิช, มาร์โก พานเทลิช

 

        กระแสวิจารณ์ที่ตามมาจากความพ่ายแพ้แบบช็อกโลกต่อ นิวซีแลนด์ ในนัดก่อน ทำให้ ราโดเมียร์ อันทิช ตั้งเป้าใช้ผลการแข่งขันของวันนี้เป็นการแก้ตัวและเรียกความมั่นใจให้กับทีมก่อนที่ศึก เวิลด์ คัพ จะเริ่มขึ้น โดยสิ่งที่ถูกยกระดับขึ้นในแมตช์นี้ของฝั่ง เซิร์บ คือ การเตรียมส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงบู๊แบบเต็มสูบ ทำให้สมดุลย์เกมและประสิทธิภาพของทีมน่าจะเฉียบขาดขึ้นและมีโอกาสดีที่จะคว่ำ โปแลนด์ ลงได้ เพราะนอกจากชื่อชั้นของฝั่งโปลจะเป็นรองแล้ว ดูเหมือนนัดนี้กุนซือ สมูด้า จะจัดทีมเน้นการทดสอบระบบมากกว่าผลการแข่งขันอีกด้วยเดิมพันน่าสนใจ : “ต่อ เซอร์เบีย ครึ่งควบลูก”ร่วมสนุกทุกการแข่งขันได้ด้วยการแทงบอลออนไลน์กับเว็ป http://3n2.net

ระดับความมั่นใจ : “8/10″
ผลการพบกันของทั้งสองทีม

14-12-2008  เซอร์เบีย แพ้ โปแลนด์   0-1  อุ่นเครื่อง

22-11-2007  เซอร์เบีย เสมอ โปแลนด์   2-2 

06-09-2006  โปแลนด์ เสมอ เซอร์เบีย 1-1

 ฟอร์ม 5 นัดล่าสุด

โปแลนด์

18-11-2009 ชนะ แคนาดา  1-0 (เหย้า) อุ่นเครื่อง

20-01-2010 ชนะ ไทย  3-1 (เยือน) อุ่นเครื่อง

23-01-2010 ชนะ สิงคโปร  6-1 (เหย้า) อุ่นเครื่อง

04-03-2010 ชนะ บัลแกเรีย 2-0 (เหย้า) อุ่นเครื่อง

29-05-2010 เสมอ ฟินแลนด์ 0-0 (เหย้า) อุ่นเครื่อง

 เซอร์เบีย

15-11-2009 ชนะ ไอร์แลนด์เหนือ 1-0 (เยือน) อุ่นเครื่อง

18-11-2009 ชนะ เกาหลีใต้ 1-0 (เยือน) อุ่นเครื่อง

04-03-2010 ชนะ แอลจีเรีย 3-0 (เยือน) อุ่นเครื่อง

07-04-2010 ชนะ ญี่ปุ่น  3-0 (เยือน) อุ่นเครื่อง

29-05-2010 แพ้ นิวซีแลนด์ 0-1 (กลาง) อุ่นเครื่อง

สกอร์ที่คาด : โปแลนด์  0-2  เซอร์เบีย

เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน

มิถุนายน 2nd, 2010

ชื่อ : Sergio Leonel “Kun” Ag?ero del Castillo  เกิดวันที่ : June 2, 1988   สถานที่เกิด : Quilmes Argentinaส่วนสูง : 174 ซม.  ตำแหน่ง : กองหน้าต้นสังกัดปัจจุบัน : แอต มาดริด เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน กองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรงในปัจจุบันชาวอาร์เจนติน่ารายนี้ เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกในอาร์เจนติน่ากับสโมสร Independiete ในลีกอาร์เจนติน่า ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2003 อาร์เจนติน่าต้องจารึกประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อ เอล กุนได้ลงเล่นในฐานนะนักเตะเป็นครั้งแรกด้วยวัย 15 ปี 35 วัน ลบสถิติเก่าของตำนานเบอร์ 1อย่าง ดีเอโก้ มาราดอนน่า ลงอย่างสิ้นเชิง ตลอดเวลาการค้าแข้ง 3 ปี ในลีกบ้านเกิดอเกรโร่ กุน ลงเล่นให้กับ ndependiete ไปทั้งหมด 53 นัดยิงได้ 23 ลูก จนก้าวขึ้นมาติดทีมชาติอารืเจนติน่าชุด U17 U20 และ U 23จุดเริ่มต้นและก้าวที่ยิ่งใหญ่ของ เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน ก็เกิดขึ้นในปี 2006 หลังจากที่ได้ลงเล่นในลีกบ้านเกิดจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาสโมสรยักษ์ใหญ่ต่างๆในลีกยุโรปแล้ว นักเตะหนุ่มน้อยรายนี้ก็ได้ย้ายออกจากบ้านเกิดมาค้าแข้งกับทีม ตราหมี แอต มาดริดวันที่ 29 พฤษภาคม 2006 แอต มาดริด เปิดตัว อเกวโร่ กุน ในฐานนะนักเตะคนใหม่ของทีม ใครจะไปเชื่อว่ากองหน้ารายนี้จะมีค่าตัวในการย้ายเข้ามายังถิ่น บิเซนเต้ กัลเดร่อนด้วยค่าตัว 20 ล้านปอด์นในวันที่ 13 ธันวาคม 2006 เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน ได้ลงมาสัมผัสเกมส์เป็นครั้งแรกหลังจากย้ายมาร่วมทีม โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 91 ในเกมส์ โคปา เดลเรย์ที่ลงเล่นกับ เลบานเต้ และต้องดวลกันถึงจุดโทษ และก็เป็น เอล กุน ที่เป็นคนยิงจุดโทษปิดท้ายให้ทีมชนะในไป 4-2 ในเกมส์นี้หลังจากนั้น เอล กุน ก็ได้ลงเล่นในเกมส์ลาลีกาที่ แอต มาดริด ต้องบุกไปเยือนถิ่นบาร์เซโลน่า โดยเกมส์นั้นผลจบลงด้วยการเสมอกันไป 1-1 แต่ เอล กุน กลับมีชื่อผู้ทำประตูได้หลังจากที่ได้ลงเล่นในเกมส์ลีกเป็นครั้งแรกในปี 2007 การจากไปของยอดกัปตันทีมคนเก่ง เฟอร์นานโด ตอร์เรส ได้เปิดทางให้หัวหอกชาวอาร์เจนติน่ารายนี้ได้ลงเล่นอย่างเต็มตัว โดยได้ยืนเล่นกองหน้าเคียงคู่กับดีเอโก้ ฟอร์ลัน หัวหอกชาวอุรุกวัย แถมยังระเบิดฟอร์มเก่งออกมาด้วยการถล่มประตูคู่แข่งไปได้ทั้งหมด 20 ลูก แถมยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติของ Trofeo Alfredo Di Stefano ในฤดูกาล 2007-2008 ที่ผ่านมาอเกวโร่ กุน ได้ถูกเรียกติดทีมชาติอาร์เจนติน่าชุด U20 ในการลงเล่นชิงแชมป์โลกกองหน้ารายนี้ก็ไม่ได้ทำให้กุนซือและเพื่อนร่วมทีมผิดหวังแม้แต่น้อยเลยทีเดียว ด้วยการนำทีมชาติอาร์เจนติน่า เถลิงบัลลังค์แชมป์โลกได้สำเร็จ รวมทั้ง การคว้ารางวัลรองเท้าทองคำในการแข่งขันในครั้งนั้นด้วย
จากผลงานและฟอร์มการเล่นที่สุดยอดของกองหน้าชาวอาร์เจนติน่ารายนี้ ได้ส่งผลให้เจ้าตัวมีชื่อเข้าชิง รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า และยังสามารถคว้ารางวัลนี้มาครองได้สำเร็จทำให้ชื่อเสียงของ อเกวโร่ กุน ได้รับการจับตามองมากขึ้นในปี 2008 อเกวโร่ ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ของตัวเองในนามทีมชาติอีกครั้งโดยครั้งนี้เขาถูกเรียกตัวติดชุดทีมชาติลงเล่นในโอลิมปิกที่ปักกิ่งประเทศจีน ต้องบอกเลยว่าการถูกเรียกตัวไปติดครั้งนี้ทำให้หลายๆคนได้เห็นกองหน้าคู่หูที่อันตรายทีเดียวอเกวโร่ กุน ได้ลงเล่น โดยจับคู่กับ ลิโอเนล เมสซี่ ตลอดการแข่งขันจนพาทีมชาติก้าวขึ้นไปคว้าเหรียญทองมาคล้องคอได้สำเร็จ
ผลงานในระดับนานาชาติ
อเกวโร่ กุน ลงเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2006 โดยเกมส์นั้นเป็นการพบกันระหว่าง อาร์เจนติน่า และ บราซิล เตะกันในวันที่ 3 กันยายน 2006 ที่เอมิเรสต์ บ้านของปืนใหญ่อาร์เซน่อล และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้ามาสู่ทีมชาติชุดใหญ่ของกองหน้ารายนี้ ปัจจุบัน เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน ติดทีมชาติไปแล้วทั้งหมด 14 นัดและสามารถทำประตูในนามทีมชาติได้ 5 ประตู ร่วมสนุกกับWorld Cup 2010 ได้ด้วยการแทงบอลออนไลน์ กับเว็ป http://3n2.net

มิถุนายน 1st, 2010

ชื่อ:ดีเอโก้ มาร์ติน ฟอร์ลัน คอราโซ่   วันเกิด:19 พฤษภาคม 1979 เกิดที่:มอนเตวิเดโอ, อุรุกวัย  ตำแแหน่ง: กองหน้า  ส่วนสูง:179 ซม. สโมสรปัจจุบัน:แอตเลติโก มาดริด  หมายเลขเสื้อ:7

ฟอร์ลัน เกิดในครอบครัวของนักฟุตบอล โดย ปาโบล พ่อของเขาเคยเล่นให้กับทีมชาติอุรุกวัยมาแล้วในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายปี 1966 และ 1974 ด้วย ขณะที่ คุณตาของเขา ฆวน คาร์ลอส คอราโซ่ เล่นให้กับทีมดังของอาร์เจนติน่าอย่าง อินดิเพนเดียนเต้ โดย ฟอร์ลัน ถือสัญชาติสเปนควบคู่ไปกับประเทศบ้านเกิดด้วยก่อนจะมาเป็นนักเตะอาชีพ ฟอร์ลัน เคยเป็นนักเทนนิสเยาวชนดาวรุ่งของอุรุกวัย แต่หลังจากที่พี่สาวของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ซึ่งทำให้แฟนหนุ่มของเธอเสียชีวิต ในขณะที่เธอต้องอยู่ในห้องไอซียูนานถึง 5 เดือน ฟอร์ลัน ก็ตัดสินใจเลือกที่จะเดินตามรอยคุณพ่อของเขาและหันมาทุ่มเทให้กับเกมลูกหนังแทนหลังจากที่ลงเล่นให้กับหลายทีมในอเมริกาใต้ ฟอร์ลัน ก็มาสร้างชื่อให้ตัวเองในการเล่นกับสโมสรอินดิเพนเดียนเต้ ก่อนที่จะย้ายมาเล่นให้กับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเดือนม.ค. 2002 ด้วยค่าตัว 6.9 ล้านปอนด์ (ราว 415 ล้านบาท)

ฟอร์ลัน ประเดิมสนามครั้งแรกให้กับยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ในเกมพบโบลตัน แต่กว่าจะทำประตูแรกให้สโมสรได้ก็ต้องรอจนถึงวันที่ 18 ก.ย. ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กับมัคคาบี้ ไฮฟา โดยเขาต้องใช้เวลานานถึง 8 เดือนและ 27 เกมกว่าจะยิงประตูภายใต้ยูนิฟอร์ม “ปีศาจแดง” ได้ แม้ว่าจะมาจากจุดโทษก็ตาม และนั่นทำให้แฟนบอลและสื่อในเมืองผู้ดีต่างวิจารณ์อย่างหนักว่าฝีเท้าของเขาไม่ดีพอที่จะเล่นให้กับทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันจากนั้นหัวหอกชาวอุรุกวัย ก็เริ่มทำประตูได้มากขึ้นแม้ว่าจะไม่สม่ำเสมอก็ตาม แต่ทุกครั้งที่ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย ฟอร์ลัน ก็มักจะถอดเสื้อแสดงความดีใจเสมออย่างไรก็ตาม เขาเริ่มกลายมาเป็นขวัญใจแฟนบอลแมนฯ ยูฯ หลังจากที่เหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมที่เฉือนชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ที่แอนฟิลด์ ทว่า สถิติ 17 ประตูจากการลงสนาม 96 นัด ไม่อาจจะเทียบอะไรได้เลยกับ รุด ฟาน นิสเตอรอย ดาวยิงชาวดัตช์เพื่อนร่วมทีม ที่ทำไปถึง 150 ประตูจาก 210 เกม

“ปีศาจแดง” ตัดสินใจขาย ฟอร์ลัน ให้กับ บียาร์เรอัล โดยการเซ็นสัญญาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2004 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเจ้าตัวมีข่าวลือกับ เลบานเต้ มาตลอด

แม้ว่าจะล้มเหลวในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทว่า ฟอร์ลัน กลับเหมือนได้เกิดใหม่กับ บียาร์เรอัล ที่ซึ่งเขาพังประตูได้อย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นดาวซัลโวลา ลีก้า หรือ “เอล ปิชิชี่” ประจำฤดูกาล 2004-05 หลังกดไป 25 ประตู ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ต้นสังกัดได้ผ่านเข้าไปเล่นในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรด้วย นอกจากนั้น ศูนย์หน้าชาวอุรุกวัย ยังได้รางวัลรองเท้าทองคำของยุโรป คู่กับ เธียร์รี่ อองรี ด้วยการประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับทีม “เรือดำน้ำสีเหลือง” ทำให้ ฟอร์ลัน กลายเป็นผู้เล่นเนื้อหอมขึ้นมาอีกครั้ง และเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2007 เขาก็ได้ย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของแอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัว 21 ล้านยูโร (ราว 945 ล้านบาท)และที่บิเซนเต้ กัลเดร่อน ฟอร์ลัน ก็ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าเขาคือกองหน้าตัวอันตรายอย่างแท้จริง เพราะเขาสามารถคว้าตำแหน่ง “เอล ปิชิชี่” ได้อีกครั้งเช่นเดียวกับรางวัลรองเท้าทองคำของยุโรป หลังจากที่ระเบิดฟอร์มด้วยการทำไปถึง 32 ประตูจาก 33 เกมในฤดูกาล 2008-09 ส่วนผลงานในทีมชาตินั้น ฟอร์ลัน ถูกเรียกขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2002 และสามารถวอลเลย์ประตูสุดสวยได้ในศึกฟุตบอลโลก 2002 รอบสุดท้าย ในเกมที่พบกับ เซเนกัล นอกจากนั้น ยังทำประตูบราซิลได้ในรอบรองชนะเลิศ ศึกโคปา อเมริกา แต่สุดท้ายกลับยิงจุดโทษพลาดจนทำให้สุดท้าย อุรุกวัย พ่าย “เซเลเซา” ไปในที่สุด 5-4 และนับตั้งแต่ทัวร์นาเมนต์นั้นเป็นต้นมา ฟอร์ลัน ก็กลายเป็นกำลังสำคัญในทีมชาติมาตลอด

ล่าสุด ในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก ฟอร์ลัน ก็เพิ่งจะทำแฮตทริกในเกมที่อุรุกวัย พิชิต เปรู ก่อนจะผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ในเดือน มิ.ย. นี้ได้สำเร็จ  ร่วมสนุกกับฟุตบอลโลก 2010 ได้ด้วยการแทงบอลออนไลน์  กับเว็ป http://3n2.net