เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน

มิถุนายน 2nd, 2010

ชื่อ : Sergio Leonel “Kun” Ag?ero del Castillo  เกิดวันที่ : June 2, 1988   สถานที่เกิด : Quilmes Argentinaส่วนสูง : 174 ซม.  ตำแหน่ง : กองหน้าต้นสังกัดปัจจุบัน : แอต มาดริด เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน กองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรงในปัจจุบันชาวอาร์เจนติน่ารายนี้ เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกในอาร์เจนติน่ากับสโมสร Independiete ในลีกอาร์เจนติน่า ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2003 อาร์เจนติน่าต้องจารึกประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อ เอล กุนได้ลงเล่นในฐานนะนักเตะเป็นครั้งแรกด้วยวัย 15 ปี 35 วัน ลบสถิติเก่าของตำนานเบอร์ 1อย่าง ดีเอโก้ มาราดอนน่า ลงอย่างสิ้นเชิง ตลอดเวลาการค้าแข้ง 3 ปี ในลีกบ้านเกิดอเกรโร่ กุน ลงเล่นให้กับ ndependiete ไปทั้งหมด 53 นัดยิงได้ 23 ลูก จนก้าวขึ้นมาติดทีมชาติอารืเจนติน่าชุด U17 U20 และ U 23จุดเริ่มต้นและก้าวที่ยิ่งใหญ่ของ เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน ก็เกิดขึ้นในปี 2006 หลังจากที่ได้ลงเล่นในลีกบ้านเกิดจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาสโมสรยักษ์ใหญ่ต่างๆในลีกยุโรปแล้ว นักเตะหนุ่มน้อยรายนี้ก็ได้ย้ายออกจากบ้านเกิดมาค้าแข้งกับทีม ตราหมี แอต มาดริดวันที่ 29 พฤษภาคม 2006 แอต มาดริด เปิดตัว อเกวโร่ กุน ในฐานนะนักเตะคนใหม่ของทีม ใครจะไปเชื่อว่ากองหน้ารายนี้จะมีค่าตัวในการย้ายเข้ามายังถิ่น บิเซนเต้ กัลเดร่อนด้วยค่าตัว 20 ล้านปอด์นในวันที่ 13 ธันวาคม 2006 เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน ได้ลงมาสัมผัสเกมส์เป็นครั้งแรกหลังจากย้ายมาร่วมทีม โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 91 ในเกมส์ โคปา เดลเรย์ที่ลงเล่นกับ เลบานเต้ และต้องดวลกันถึงจุดโทษ และก็เป็น เอล กุน ที่เป็นคนยิงจุดโทษปิดท้ายให้ทีมชนะในไป 4-2 ในเกมส์นี้หลังจากนั้น เอล กุน ก็ได้ลงเล่นในเกมส์ลาลีกาที่ แอต มาดริด ต้องบุกไปเยือนถิ่นบาร์เซโลน่า โดยเกมส์นั้นผลจบลงด้วยการเสมอกันไป 1-1 แต่ เอล กุน กลับมีชื่อผู้ทำประตูได้หลังจากที่ได้ลงเล่นในเกมส์ลีกเป็นครั้งแรกในปี 2007 การจากไปของยอดกัปตันทีมคนเก่ง เฟอร์นานโด ตอร์เรส ได้เปิดทางให้หัวหอกชาวอาร์เจนติน่ารายนี้ได้ลงเล่นอย่างเต็มตัว โดยได้ยืนเล่นกองหน้าเคียงคู่กับดีเอโก้ ฟอร์ลัน หัวหอกชาวอุรุกวัย แถมยังระเบิดฟอร์มเก่งออกมาด้วยการถล่มประตูคู่แข่งไปได้ทั้งหมด 20 ลูก แถมยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติของ Trofeo Alfredo Di Stefano ในฤดูกาล 2007-2008 ที่ผ่านมาอเกวโร่ กุน ได้ถูกเรียกติดทีมชาติอาร์เจนติน่าชุด U20 ในการลงเล่นชิงแชมป์โลกกองหน้ารายนี้ก็ไม่ได้ทำให้กุนซือและเพื่อนร่วมทีมผิดหวังแม้แต่น้อยเลยทีเดียว ด้วยการนำทีมชาติอาร์เจนติน่า เถลิงบัลลังค์แชมป์โลกได้สำเร็จ รวมทั้ง การคว้ารางวัลรองเท้าทองคำในการแข่งขันในครั้งนั้นด้วย
จากผลงานและฟอร์มการเล่นที่สุดยอดของกองหน้าชาวอาร์เจนติน่ารายนี้ ได้ส่งผลให้เจ้าตัวมีชื่อเข้าชิง รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า และยังสามารถคว้ารางวัลนี้มาครองได้สำเร็จทำให้ชื่อเสียงของ อเกวโร่ กุน ได้รับการจับตามองมากขึ้นในปี 2008 อเกวโร่ ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ของตัวเองในนามทีมชาติอีกครั้งโดยครั้งนี้เขาถูกเรียกตัวติดชุดทีมชาติลงเล่นในโอลิมปิกที่ปักกิ่งประเทศจีน ต้องบอกเลยว่าการถูกเรียกตัวไปติดครั้งนี้ทำให้หลายๆคนได้เห็นกองหน้าคู่หูที่อันตรายทีเดียวอเกวโร่ กุน ได้ลงเล่น โดยจับคู่กับ ลิโอเนล เมสซี่ ตลอดการแข่งขันจนพาทีมชาติก้าวขึ้นไปคว้าเหรียญทองมาคล้องคอได้สำเร็จ
ผลงานในระดับนานาชาติ
อเกวโร่ กุน ลงเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2006 โดยเกมส์นั้นเป็นการพบกันระหว่าง อาร์เจนติน่า และ บราซิล เตะกันในวันที่ 3 กันยายน 2006 ที่เอมิเรสต์ บ้านของปืนใหญ่อาร์เซน่อล และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้ามาสู่ทีมชาติชุดใหญ่ของกองหน้ารายนี้ ปัจจุบัน เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน ติดทีมชาติไปแล้วทั้งหมด 14 นัดและสามารถทำประตูในนามทีมชาติได้ 5 ประตู ร่วมสนุกกับWorld Cup 2010 ได้ด้วยการแทงบอลออนไลน์ กับเว็ป http://3n2.net

มิถุนายน 1st, 2010

ชื่อ:ดีเอโก้ มาร์ติน ฟอร์ลัน คอราโซ่   วันเกิด:19 พฤษภาคม 1979 เกิดที่:มอนเตวิเดโอ, อุรุกวัย  ตำแแหน่ง: กองหน้า  ส่วนสูง:179 ซม. สโมสรปัจจุบัน:แอตเลติโก มาดริด  หมายเลขเสื้อ:7

ฟอร์ลัน เกิดในครอบครัวของนักฟุตบอล โดย ปาโบล พ่อของเขาเคยเล่นให้กับทีมชาติอุรุกวัยมาแล้วในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายปี 1966 และ 1974 ด้วย ขณะที่ คุณตาของเขา ฆวน คาร์ลอส คอราโซ่ เล่นให้กับทีมดังของอาร์เจนติน่าอย่าง อินดิเพนเดียนเต้ โดย ฟอร์ลัน ถือสัญชาติสเปนควบคู่ไปกับประเทศบ้านเกิดด้วยก่อนจะมาเป็นนักเตะอาชีพ ฟอร์ลัน เคยเป็นนักเทนนิสเยาวชนดาวรุ่งของอุรุกวัย แต่หลังจากที่พี่สาวของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ซึ่งทำให้แฟนหนุ่มของเธอเสียชีวิต ในขณะที่เธอต้องอยู่ในห้องไอซียูนานถึง 5 เดือน ฟอร์ลัน ก็ตัดสินใจเลือกที่จะเดินตามรอยคุณพ่อของเขาและหันมาทุ่มเทให้กับเกมลูกหนังแทนหลังจากที่ลงเล่นให้กับหลายทีมในอเมริกาใต้ ฟอร์ลัน ก็มาสร้างชื่อให้ตัวเองในการเล่นกับสโมสรอินดิเพนเดียนเต้ ก่อนที่จะย้ายมาเล่นให้กับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเดือนม.ค. 2002 ด้วยค่าตัว 6.9 ล้านปอนด์ (ราว 415 ล้านบาท)

ฟอร์ลัน ประเดิมสนามครั้งแรกให้กับยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ในเกมพบโบลตัน แต่กว่าจะทำประตูแรกให้สโมสรได้ก็ต้องรอจนถึงวันที่ 18 ก.ย. ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กับมัคคาบี้ ไฮฟา โดยเขาต้องใช้เวลานานถึง 8 เดือนและ 27 เกมกว่าจะยิงประตูภายใต้ยูนิฟอร์ม “ปีศาจแดง” ได้ แม้ว่าจะมาจากจุดโทษก็ตาม และนั่นทำให้แฟนบอลและสื่อในเมืองผู้ดีต่างวิจารณ์อย่างหนักว่าฝีเท้าของเขาไม่ดีพอที่จะเล่นให้กับทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันจากนั้นหัวหอกชาวอุรุกวัย ก็เริ่มทำประตูได้มากขึ้นแม้ว่าจะไม่สม่ำเสมอก็ตาม แต่ทุกครั้งที่ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย ฟอร์ลัน ก็มักจะถอดเสื้อแสดงความดีใจเสมออย่างไรก็ตาม เขาเริ่มกลายมาเป็นขวัญใจแฟนบอลแมนฯ ยูฯ หลังจากที่เหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมที่เฉือนชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ที่แอนฟิลด์ ทว่า สถิติ 17 ประตูจากการลงสนาม 96 นัด ไม่อาจจะเทียบอะไรได้เลยกับ รุด ฟาน นิสเตอรอย ดาวยิงชาวดัตช์เพื่อนร่วมทีม ที่ทำไปถึง 150 ประตูจาก 210 เกม

“ปีศาจแดง” ตัดสินใจขาย ฟอร์ลัน ให้กับ บียาร์เรอัล โดยการเซ็นสัญญาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2004 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเจ้าตัวมีข่าวลือกับ เลบานเต้ มาตลอด

แม้ว่าจะล้มเหลวในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทว่า ฟอร์ลัน กลับเหมือนได้เกิดใหม่กับ บียาร์เรอัล ที่ซึ่งเขาพังประตูได้อย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นดาวซัลโวลา ลีก้า หรือ “เอล ปิชิชี่” ประจำฤดูกาล 2004-05 หลังกดไป 25 ประตู ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ต้นสังกัดได้ผ่านเข้าไปเล่นในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรด้วย นอกจากนั้น ศูนย์หน้าชาวอุรุกวัย ยังได้รางวัลรองเท้าทองคำของยุโรป คู่กับ เธียร์รี่ อองรี ด้วยการประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับทีม “เรือดำน้ำสีเหลือง” ทำให้ ฟอร์ลัน กลายเป็นผู้เล่นเนื้อหอมขึ้นมาอีกครั้ง และเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2007 เขาก็ได้ย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของแอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัว 21 ล้านยูโร (ราว 945 ล้านบาท)และที่บิเซนเต้ กัลเดร่อน ฟอร์ลัน ก็ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าเขาคือกองหน้าตัวอันตรายอย่างแท้จริง เพราะเขาสามารถคว้าตำแหน่ง “เอล ปิชิชี่” ได้อีกครั้งเช่นเดียวกับรางวัลรองเท้าทองคำของยุโรป หลังจากที่ระเบิดฟอร์มด้วยการทำไปถึง 32 ประตูจาก 33 เกมในฤดูกาล 2008-09 ส่วนผลงานในทีมชาตินั้น ฟอร์ลัน ถูกเรียกขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2002 และสามารถวอลเลย์ประตูสุดสวยได้ในศึกฟุตบอลโลก 2002 รอบสุดท้าย ในเกมที่พบกับ เซเนกัล นอกจากนั้น ยังทำประตูบราซิลได้ในรอบรองชนะเลิศ ศึกโคปา อเมริกา แต่สุดท้ายกลับยิงจุดโทษพลาดจนทำให้สุดท้าย อุรุกวัย พ่าย “เซเลเซา” ไปในที่สุด 5-4 และนับตั้งแต่ทัวร์นาเมนต์นั้นเป็นต้นมา ฟอร์ลัน ก็กลายเป็นกำลังสำคัญในทีมชาติมาตลอด

ล่าสุด ในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก ฟอร์ลัน ก็เพิ่งจะทำแฮตทริกในเกมที่อุรุกวัย พิชิต เปรู ก่อนจะผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ในเดือน มิ.ย. นี้ได้สำเร็จ  ร่วมสนุกกับฟุตบอลโลก 2010 ได้ด้วยการแทงบอลออนไลน์  กับเว็ป http://3n2.net